X'Laws Stay NighT

posted on 21 Dec 2007 04:52 by bankylegend

X'laws Stay Night (Story)
เพื่อนๆที่เข้ามาอ่านอาจจะงงว่าX'lawsนี่มันเกี่ยวอะไรกับชาแมนคิงรึปล่าว

เอาตรงๆเลยก็คือมันเป็นชื่อทีมที่ก้อปเมาอีกทีนึง เริ่มต้นจากทีมCounter Strikeห่วยๆ><~แล้วพัฒนาไปเป็นทีมการ์ดMtgเล็กๆ ในจังหวัดๆนึงโดยส่วนตัวเราผูกพันกับชื่อทีทนี้มากเราเลยใช้ชื่อนี้ต่อไปเป้นเรื่องราวของTeam X'laws Story โดยแต่ละเรื่องจะมีตัวละครเดิมทุกเรื่องเพียงแต่ว่าเปลี่ยนบทบาทและเนื้อเรื่องเพื่อความบันเทิงของคนแต่ง^^~นั่นเอง

โดยที่ตัวละครแบบออริจินอลก็จะมีหลักๆ สิบคน

ก็มี

1 บูมมี่

2 ปิงกี้

3 แบงค์กี้

4 เชนนารี่

5 ((การสร))อามมี่

6 คิตตี้(กิตติ)

7โออี้

8(กอริ)แอ้น

9 กี้ก้อฟ

10 ฟ้าใส

แต่ภาคSTay night จะมีถึงแค่คนที่เจ็ด คือโอเป็นคนสุดท้าย

 

เจ้าหญิง

posted on 07 Jun 2007 23:02 by bankylegend  in Diary

เจ้าหญิง

ตอนเด็กๆชั้นเคยฝันว่าอยากเป็นอัศวินปกป้องเจ้าหญิง....
เคยคิดอยู่ว่าจะเป็นอย่างงั้นได้จริงๆ...
แต่พอโตขึ้นก็รู้สึกว่า ...ความฝันความหวังความคิดเหมือนเด็กแบบนั้นมันน่าอาย....
แม้น่าอาย แต่ตอนนี้ฉันก็ยังคิดว่า ถ้าตอนนั้นชั้นพยายามละก็.......เรื่องทั้งหมดคง...
ไม่สิ ....
ชั้นไม่เคยกระตือรือร้นไล่ตามความฝันเลย
ฉันแค่ยืนมองความฝันอยู่เฉยๆ...และสุขใจอยู่แค่นั้น
.....จริงๆ
หลังจากดราฟวุ่นเลยขุดกรุเอารูปเจ้าหญิงน้อย อีกสองคนที่ยังไม่เคยเอามาอวดใครกลับมาแก้ไขใหม่
ด้วยความ"คิดถึง" ซึ่งบอกไม่ได้ว่าพวกเธอทั้งสองคนก้อปต้นแบบมาจากใคร คริคริ
เอาน่าอย่างน้อยก็ส่งให้เจ้าตัวเค้าแล้วละกัน ขอเอามาอวดเพื่อนหน่อยนะจ้ะ
การเดินทางครั้งใหม่ของอัศวินน้อยได้พบกับเจ้าหญิงอีกสองคนแน่ะ
และสองคนนี้ยังเป็นเพื่อนสนิทกันซะด้วยล่ะสิ...
PrincressofLabyrinth (ทางวงกต)
"จิงต้องเจ้าหญิงมังคุดดิ" คนเดียวกินได้เปงกิโล

ตั้งให้พลการแบบนี้ เจ้าตัวคงโกดเอาแน่ๆ อิอิ
หยิบงานเก่ามากรองภาพปรับสัดส่วนใหม่ยังเพี้ยนอยู่
ภาพจริงวาดด้วย ดินสอ หมึกซึมสีเน้นคำ+ลิขวิดเปเป้อ แต่สวยนะ
แต่เราชอบทั้งสองแบบเลยนะเนี่ย
Princress Itim (ไอติม)
แฟนพันธ์แท้ไอติมไม่แพ้กันคนเดียวกินได้หมดกล่องอ่ะ

เจ้าหญิง ......(ไม่มีชื่อต่ออ่ะ)

เธอเป็นเจ้าหญิงคนแรกในดวงใจเลย เผลอใจให้เธอไปตอนที่เห็นเธออยู่บนน้ำตก

แต่สุดท้ายเธอก็จากไปอเมริกา...


edit @ 2007/08/24 07:57:08

X'laws story 2 Return of legend. Chapter29

posted on 20 Apr 2007 05:59 by bankylegend

บทที่29 การต่อสู้เหนือทะเล ปรอท


"บางที่พวกเราอาจจะไม่ชนะก็ได้นะ"
เสียงของแอ้นพูดจบแสงสว่างเหนือฟากฟ้าก็ถูกบังจนมืดมิดโดยเงาของมังกรยักษ์
Eater of the day แอ้นบังคับนกหมอกสีขาว บินขึ้นไปให้ใกล้ มังกรยักษ์หุ่นยนต์ตัวนั้นให้มากที่สุด
แต่เมื่อเข้าใกล้ก็โดนแสงเลเซอร์ยิงสกัดแอ้นไว้
แอ้นกางบาเรียต้านทานการตกเป็นเป้าเพื่ออำพรางตัวเองด้วย
กระแสลมบนทะเลปรอท แปรปรวนตลอดเวลาไม่ง่ายเลยที่จะบินฝ่าพายุขึ้นไปได้
แสงเลเซอร์ยังคงละดมยิงใส่แอ้นตลอดเวลา มิสฟรอมสกายเครเวอร์
นกหมอกของแอ้นก็แทบจะไม่มีแรงเหลืออีกต่อไป สุดท้าย นกนั่นก็ถูกยิงจนร่วงลงมา
แอ้นหยิบการ์ดออกมา ก่อนจะเสกพลังเวท"มงกุฎแห่ง แอซซิสเตียลจงปรากฎ"
แสงเรืองรองบนหัวของแอ้นกลายเป็นมงกุฏสวยงาม แผ่นหลังบนผ้าคลุมก็มีปีกสีฟ้างอกออกมา
แอ้นบินได้!!!!

ทันที่ที่เวทย์แห่งการบินได้ผลแอ้นรีบพุ่งตัวเองเข้าไปใกล้กับ มังกรยักษ์นั่น แอ้นผนึกพลังเวทย์อีกครั้ง
"ฟอส สไปค์...." แสงสีฟ้าพ่งตรงเข้าไปที่เกราะของ อีเทอร์ออฟเดอะเดย์ เกิดป็นรูขนาดพอที่แอ้นจะมุดตัวเข้าไปได้
"แกนกลางพลังงานของมันเราต้องหาให้เจอ " แอ้นรีบเข้าไปในทางเดินเล็กๆในตัวของมังกรยักษ์แต่แอ้นถูกโจมตี
จากของเหลวมีคม.... สิ่งที่แอ้นเห็นมีโลหะเหลวขนาดตัวใหญ่กว้าแอ้นเกือบ 2เท่า รูปร่างเป็นหุ่นที่เหมือนคนหน้าตาดุร้ายจำนวณ4ตัว

" แก....ตัวอะไรอีกเนี่ย" แอ้นยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกยิงด้วยของเหลวมีคมนั่นอีกครั้ง "ย้าก....อันซัมม่อน" แอ้นยิงพลังเวทย์สีฟ้า
ซัดเจ้าหุ่นร่างคนนั่นกระเด็นไปติดแผงวงจรข้างหลัง"ขออัญเชิญSummon อาคานิส จงปรากฎร่าง"
แสงเรืองรองของการ์ดสีฟ้า เปล่งประกายจ้า เจ้าแห่งจอมเวทย์อาคานิสออกมายืนอยุ่เบื้องหน้าแอนท์ เจ้าหุ่นตัวนั้นค่อยๆเดินมาอย่างช้าๆ....
"อาคานิสเจ้าตัวนั้นมันคืออะไร...." แอ้นถาม
"...โคลน...."เสียงแหบพร่าราวกับเสียงเวทย์มนต์ลึกลับตอบกลับมา
"โคลนนิ่งหรอ?" แอ้นงง
"มันเป็นร่างพร้อมก้อปปี้ที่จะก้อปปี้ใครก็ได้ นั่นล่ะคือโคลน"
อาคานิส...ข้าต้องทำยังไงล่ะ

ไม่ต้องทำอะไรเจ้ารีบไปเถอะ

จงรีบหาศูนย์กลางพลังงานของมังกรยักษ์นี้ หยุดมันก่อนที่มันจะทำลายความหวังสุดท้ายที่ซีดออฟไซนอต

เข้าใจแล้ว ฝากด้วยนะอาคานิส แอ้นรีบเดินทางไปยังห้องพลังงานในตัวหุ่นที่แอ้นเองก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน

เอาล่ะ เจ้ากับข้ามาสู้กันเจ้าโคลนอาคานิสมองมายังหุ่นยนต์เหลวนั้น

แสงสีน้ำเงินพร่าออกมาจากร่างหุ่นตัวนั้น ร่างกายค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นร่างเดียวกับอาคานิส
นั่นคือพลังพิเศษของโคลนที่สามารถก้อปปี้พลังของฝ่ายตรงข้ามได้...........


แต่ทันใดนั้นเองร่างของโคลนก็เริ่มมีรอยร้าว
แล้วก็ระเบิดออก...แหลกไปเป็นเสี่ยงๆ หุ่นโคลนตัวอื่นๆ พากันตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

การจะเป็น Legend ไม่สามารถเผชิญหน้ากับตัวเองได้พวกข้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มี1เดียวเท่านั้น ในเมื่อพวกเจ้าก้อบปี้ร่างข้าไม่ได้ พวกเจ้าก็แค่สวะ
"Chain lighting" อาคานิสร่ายเวทย์โจมตีพวกโคลน แสงสายฟ้าสีขาวพุ่งเข้าใจตีพวกโคลนทันที......ร่างเหลวแหลกระเหยไปในพริบตา

กระจอกสิ้นดีอาคานิสพูดขึ้น ก่อนจะหายไป

แอ้นออกค้นหาห้องควบคุบพลังงานแต่หาอย่างไรก็ไม่พบ ทำไงดี
คิดสิคิดสิ แอ้น..........แอ้นใช้ความคิดอย่างสุดความสามารถ อ้ะใช่แล้ว
ห้องควบคุมต้องมีความร้อนสูงกว่าห้องอื่นๆ ถ้าเราแปลงเป็นหมอกเราสามารถตรวจจับความร้อนในอากาศได้
เอาล่ะ เราคงต้องให้พลังของmisform mask แปลงร่างเป็นหมอก.......แอ้นร่ายพลังmana ใส่หน้ากากที่ตัวเองเสกออกมาหยิบขึ้นสวม
ร่างของแอ้นจางลงและสลายกลายเป็นหมอกล่องลอยไปทั่วภายในตัวของ
อีเทอร์ออฟเดอะเดย์ พบแล้ว ห้องควบคุม ที่มีความร้อนสูง แอ้นรวบรวมสมาธิกลับสู่ร่างเดิมเอาล่ะ
แกนกลางพลังงานถ้าเราควบคุมมันได้ มังกรยักษ์ตัวนี้ก็จะอยู่ภายไต้การควบคุมของเรา แอ้น หยิบการ์ดขึ้นมา
พลังแห่งข้า ขอถ่ายทอดบัญญชาจากสวรรค์เจ้าจงสยบแทบเท้าแห่งผู้ถือครอง Consificate ข้าขอContornl this targat creature Eater of the day
ภายใต้พลังของเวทย์มนตรา แอ้น สามารถทำให้แอ้นควบคุมมังกรยักษ์นี้ไว้ได้


..........................งั้นแล้วตอนนี้มังกรยักษ์ Eater of the day มันไปอยู่ไหนแล้วล่ะ แบงค์ ถามอย่างสงสัย?
......อยู่ที่นี่ แอ้นตอบ

จาการที่พวกเราศึกษาและแอบขโมยข้อมูลมาจาก Eater of the day เรารู้มาว่า อีกไม่นาน การนับถอยหลังของ Dark steel Reactorจะเริ่มขึ้น
Dark steel Reactor? มันคืออะไร คมสรถามขึ้น ซึ่งนั่นก็เป็นคำถามที่ทุกคนต้องการจะรู้
บูมพูดขึ้นเพื่ออธิบายสถานการณ์ต่อไปว่า เท่าที่ นักเวทย์จากที่นี่ตรวจสอบข้อมูลของEater of the day
เรารู้มาคร่าวๆว่า เมื่อมันมีพลังงานเต็มที่ แสงเลเซอร์จะถูกยิงมาบนโลกนี้......
แล้วยังไงต่อ.....? คมสรมองหน้าบูม
จะไม่เหลือสิ่งที่หายใจได้แม้แต่ตัวเดียว บูมพูดปิดท้ายคำถามของคมสร
แล้วพวกเราเหลือเวลาเท่าไหร่ก่อนที่พลังงานจะถูกเติมเต็ม แบงค์ถามบูม
ก็ราวๆ 4วันบูมพูดขึ้น
4วัน บ้าน่า เรายังตามหาอาวุธคลาด้าอีก2ชิ้นไม่เจอเลย เราจะไปชนะมันได้ไง
สิ่งที่เรารู้คือ เราตามหาไอเทมคราด้าอีก2ชิ้นภายในสองวันไม่ได้แน่ๆ และการเดินทางไปยังแกนกลางของมิโลดินที่เป็นอาณาจักจักรกลนั้นต้องใช้เวลาถึง3วัน
ยิ่งถ้าเราถูกโจมตีด้วยแล้วเรายิ่งต้องใช้เวลามากชึ้น.

การที่เราจะเข้าไปยังนครเครื่องจักรได้เราต้องต่อสู้กับ สามเหลี่ยมแห่งจักรวรรดิ
ซึ่งนั้นก็คือ ดาร์กสตีลโกเลม ดาร์กสตีลแรคเตอร์ และก็ อีทเทอร์ออฟเดอะเดย์
สถานการณ์ตอนนี้ อีทเทอร์ออฟเดอะเดย์ อยู่ในฝ่ายพวกเรา ดาร์กสตีลแรคเตอร์อยู่ในชั้นบรรยากาศ
ส่วน ดาร์กสตีลโกเลมคุ้มกันนครเครื่องจักร ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่ามีกี่ตัวกันแน่

อย่างที่รุ้ๆกันคือ ดาร์กสตีล ทำลายไม่ได้ ซึ่งหมายความว่าเมื่อเราทำสงครามเราจะต้องเสียเปรียบแน่ๆ
ชั้นก็เลยคิดแผนการณ์ โดยเราจะยกทัพไปซึ่งๆหน้าเป็นการแหกตา โดย อาศัยกองกำลังจากทางเอเชี่ยนเด็น และ เอลฟ์ในป่าแรดดิกส์
แผนการชั้นจะอธิบายในตอนหลังเพียงแต่ว่า....แผนที่สองคือเราเองจะลอบเข้าไปจัดการกับแมนนาจโดยตรง....

แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าแมนนาจอ่ะตัวไหน... คมสรถามขึ้นโดยที่ประชุมต่างเงียบกริป
นั่นดิ....แอ้นกล่าวขึ้น
พวกเราไม่เคยเห็นแมนนาจนี่นา...

ใช่ชั้นลืมคิดถึงจุดนั้น.....แย่แล้วสิต้องหาแผนใหม่หรอเนี่ย บูมเริ่มวิตก

แต่แล้ว เสียงนึงในที่ประชุมก็เอ่ยขึ้นมา
ไม่ต้องหรอก...แผนนี้เข้าท่า แล้วก็ ถ้าเรื่องแมนนาจละก็ ชั้น....เคยเห็นมันมาแล้ว ....ไม่ลืมหรอก วันฝันร้ายที่นคร เกรท ฟูลเนลน่ะ

โอเค...รอดไป งั้นเราจะจัดทีม โดยที่ แบ่งเป็น สามทีมบูมพูดขึ้น

พวกเราทั้ง5คน ต้องแยกกันสู้หรอ กิตพูดถาม

ใช่แล้ว แต่ไม่ใช่แค่พวกเรา5คน เพราะ ชั้นได้รับข่าวจากเชนมาเมื่อตะกี้นี้เองว่า...เรายังมีโอ และฟ้าใส้ที่จะเข้าร่วมด้วย

ก็เป็น7คนพอดี

กิต และ ฟ้าใส กับ โอ จะคอยคุมทัพใหญ่ เน้นการใช้ Fog และเวทย์ป้องกันแดมเมจ เพื่อไม่ให้เสียเลือดเนื้อมากเกินไป

แต่ชั้นก็เข้าใจ ว่าหากพวกเราไม่รีบทำลายแมนนาจให้ได้ จุดจบคือ คงไม่มีใครในกองทัพจะรอดไปได้สักคน...

กิต ดูจากพลังของนายแล้วนายใช้เวทย์ป้องกันได้นานกี่ชั่วโมง......บูมหันไปถาม

ก็...ราวๆ 6-8ชั่วโมงกิตตอบกลับมา

อืม งั้นเราคงมีเวลาราวๆ 15ชั่วโมงในแผนครั้งนี้

แอ้น กับชั้นและแบงค์ จะ เข้าไปทำลายแมนนาจ....

ส่วน เชนกับคมสรจะเป็นฝ่ายป้องกันที่ส่วนกลาง ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่านครเครื่องจักรเป็นยังไง

คงต้องใช้พลังของอคานิสทำนาย แอ้นบอกไว้....

แล้วผลของการทำนายจะเป็นเช่นไร....โปรดติดตามตอนต่อไป


edit @ 2007/04/20 05:59:25
edit @ 2007/05/06 12:38:21

ความสุขที่แท้จริง...

posted on 19 Apr 2007 03:03 by bankylegend  in Diary

ความสุขที่แท้จริง...

หลายวันก่อนงานสงกรานต์ได้มีโอกาสได้นั่งคุยกับเพื่อนสนิทคนนึง เลยคิดว่าอยากจะเขียนเก็บไว้^^

ข้างหน้าของเราสองคนเป็นสระน้ำสีเขียวๆ...สายลมตอนเย็นพัดอ่อนๆ ผมกับเพื่อนนั่งอยู่บนสนามหญ้า ข้างๆเสาธงรูปเมล็ดข้าว...

เราไม่ได้เจอกันมาพักใหญ่ๆ ก็ตั้งแต่ผมมีแฟนแล้วผมก้แทบจะไม่ได้คุยกับเธอเลยแต่ว่าผมก็เลิกกับแฟน ทำให้ผมได้มานั่งคุยกับเธอแบบนี้อีกครั้งนึง...

เธอถามผมในเย็นวันนั้นไว้ว่า...

 

"ถ้าเกิดมีวันนึงมีคนเอาปืนมาจ่อหัวนายแล้วถามนายว่า ก่อนตายขอถามสักคำว่าแกมีความสุขกับชีวิตแกรึเปล่าแกมีความสุขกับสิ่งที่แกทำมั้ย?"
"ถ้าเป็นนายจะตอบว่าอะไรหรอแบงค์? ใช่หรือไม่ใช่"
"ก็คงไม่ใช่เพราะยังไม่มีความสุขเท่าไหร่ แต่ว่าพวกเราอาจจะตายเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีใครรู้ พรุ่งนี้เราอาจจะโดนรถชนตอนเดินข้ามถนนก็ได้ หรืออาจจะป่วยเป็นโรคร้ายแรงกระทันหันก็ได้ พวกเราไม่สามารถควบคุมความตายได้ ชีวิตมันไม่แน่นอน..."
ผมตอบเธอไป...ตามหนังสือที่ผมเคยอ่านมาก่อนหน้านี้
"แล้วถ้าถามว่าความสุขที่แท้จริงของเรามันคืออะไร แบงค์อยากตอบว่าอะไรล่ะ...."
"อืมความสุขที่แท้จริงของแบงค์หรอ...คงจะเป็น การมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องกลัว ไม่ต้องมีความกลัว"
"กลัวหรอ นายกลัวอะไรล่ะ?"
"คนเรามันก็ต่างมีเรื่องให้ต้องกลัวมากมาย ใช่มะ เช่นกลัวว่าจะเจอปัญหาในวันพรุ่งนี้ กลัวว่ากลับไปจะเจอรถติด กลัวว่าถ้ากินเยอะไปเดี๋ยวจะอ้วน กลัวสอบมิเทิม กลัวไปต่างๆนา"
"ขิมว่ามันจะดีกว่ามั้ยอ่ะ? ถ้าเราจะมีชีวิตอยู่โดยที่ไม่ต้องกลัว ...เราว่านะมันคงจะมีความสุขมากๆเลย"
"แล้วถ้าไม่กลัวแล้วแบงค์อยากทำอะไรอ่ะ"
"จีบสาวสวยๆ"
อ้ะจิงดิ...แล้วเคยทำได้มั้ย
"ทำอยู่...ทำแย่ ผิดพลาดบ่อยๆ....ยังไม่หายกลัวซักที ....แต่ก็มีสำเร็จบ้าง เหมือนกันนะ"
ผู้หญิงสวยเหมือนยาพิษนายคิดว่าอย่างงั้นมั้ย?
"ช่าย ยิ่งสวย พิษยิ่งแรง Bitch shild ยิ่งหนาเจาะยากมากๆ"
เจาะ...? อะไรเจาะ
"ก็หมายถึงแบบว่าช่องว่างมันห่างกับเรามากไง สนิทกันยาก..."
งั้นพอสรุปได้ว่าความสุขที่แท้จริงของนายคือมีแฟนสวย?
"ป่าวไม่ใช่ มีแฟนสวยเป็นส่วนหนึ่ง แล้วก็ อยู่แบบไม่กลัวเป็นเป้าหมายหลัก..เอ็แต่ว่ามีแฟนสวยแล้วเธอคิดว่าเราจะมีความสุขมั้ยอะ"
ก็น่าจะนะ แต่ว่า เคยถามตัวเองมั้ยว่าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร
"ก็เราอยากพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา"
แต่ว่า...ได้ข่าวว่าเพิ่งเลิกกับแฟนที่สวยๆมา?
"ช่าย เพิ่งเลิกกัน"
ใครบอกเลิก?
"อื้ม ก็เข้าใจกันทั้งคู่ว่าต้องเลิกกัน........เอ่อ..โอเคไม่โกหก เราบอกเลิก"
ทำไม..ถึงเลิกไม่รักเค้าหรอ?
"ถ้าเกิดเราทุ่มเทให้ใครสักคนในแบบที่ว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์แบบจริงจังแล้ว วันนึงเรากลับมารู้ว่าเรื่องทั้งหมดมีแค่เพียงความรู้สึกเท่านั้นที่เป็นเรื่องจริงมันก็มีสองทางเลือกว่า อยู่หรือเลิก ซึ่งเราเลือกเลิกดีกว่า..."
ไม่เข้าใจ...อ่ะสรุปหน่อย
"เอ่อคือ....เค้าแต่งงานแล้ว"
หา!!!อะไรนะ
"มีแต่ว่าไม่เหมือนอย่างที่ขิมคิดนะคือว่าทางบ้านจับเค้าแต่งงานตั้งแต่ม.6น่ะ"
อ่าว...ปี2007ยังมีการคลุมถุงชนอยู่หรอ
"ก็เพิ่งเคยเห็นกับตาก็วันนั้นแหล่ะ"
เสียใจมั้ยอ่ะ
"นิดหน่อยไม่มาก....(นอนร้องไห้คืนเดียว..ตาบวมอีกวันมาก็นั่งอยู่เฉยๆร้องไห้อีกที)"
น่าสงสารจังแต่ทำไมถึงบอกว่าไม่เสียใจมาก
"เพราะเราคิดว่า เค้าเป็นด้านดีๆของชีวิตเรา แต่ว่าเค้าไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง..."
โหพูดได้เท่ห์ดีนะ...ก็เลย โสดสิตอนนี้
"ช่ายแล้ว..."
แล้วมีความสุขมั้ย?
"ตอนนี้เรียกได้ว่ามีความสุขดี แล้วก็ยิ้มได้จากใจจริง"
ตั้งเป้าหมายไว้ว่าอะไรตอนนี้
"สักวันนึงกูจะต้องหล่อกว่าไอ่เหี้ยนั่นให้ได้..."
เออเห็นขึ้นชื่อนั้นในmsnมาพักใหญ่ๆ มันหมายความว่าไง
"อืม ก็หมายความอย่างที่บอก ต้องหล่อกว่ามันให้ได้"
แล้วเค้าเป็นใครอ่ะ?
"ถ้าเป็นคนใกล้ตัวที่สนิทกับเราจริงๆต้องรู้แน่ ในhi5ก็มี ลองๆไปเปิดดู"
เห็นนายไม่สบายใจเราก็เป็นห่วงนะ
"ขิมเคยคิดมั้ยว่าทำไมเรากับขิมถึงไม่ได้เป็นแฟนกัน...ทั้งที่ขิมก็สวยออกขนาดนี้"
ก็เราชอบนายแบบเพื่อนนี่....
"นั่นก็ในมุมของขิมนะ อยากรู้มั้ยว่าเราคิดยังไง"
ไม่เอาอ่ะไม่อยากรู้...
"อ้ะๆ ทำไมหน้าแดงซะล่ะคนสวย"
ก็...เอ๋?ว่าคนเราสวยหรอ
"อื้ม...ถูก...สนใจอยากได้แฟนไม่หล่อแต่มีเวลาให้มั้ยล่ะคับ?"
อย่ามาบ้า แกอ่ะเพื่อนฉัน....
"ช่ายดิ 1ในคติประจำใจ ไม่เอาเพื่อนมาเป็นแฟน...เราก็ได้มาจากเธอนี่แหล่ะ"
ตอกย้ำจิงๆนะแบงค์กี้....
.......
....
...
..
.
"อิอิ...พวกเราหลายๆคนยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น บางคนอาจจะอายุ19บางคนอาจจะ20หรือ21 เคยรู้สึกเหมือนเรามะว่าช่วงเวลาเหล่านี้จะอยู่กับเราตลอดไปไม่มีที่สิ้นสุด เคยรู้สึกม้ะ"
"แต่ความจริงช่วงเวลาเหล่านี้จะต้องจากเราไปสักวันหนึ่งและจะไม่หวนกลับมาอีก"
"รู้มั้ยล่ะว่าทางเดินชีวิตของพวกเรามักจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เราเป็นวัยรุ่นนี่แหล่ะ เราจะเดินไปทางไหนจะดีหรือไม่ดีมันขึ้นอยู่กับช่วงเวลานี้"
"สิ่งที่พวกนายทำมันจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของพวกนาย...ถามตัวเองนะว่า ยังต้องเสียใจอะไรอีกมั้ย?ยังมีสิ่งที่ติดค้างใจอยู่รึปล่าวได้ทำในสิ่งที่สมควรทำมั้ย"
".....มีความสุขกับชีวิตที่ผ่านมารึปล่าว?..."
จบ.
story of songkran day
เช้าวันที่14 นัดเพื่อนกันไว้ว่าจะไปเล่นสาดน้ำกัน ตอนบ่ายๆ แต่เนื่องจาก ดันไปเล่นดอทเอมั้นสาด กัน....เลยตื่นกัน3โมงเย็น
แต่หลังจากรวบรวมสมัครพักพวกได้ปาร์ตี้กันมา4คน พวกเราก็มุ่งหน้าขึ้นแท็กซี่ไปข้าวสารกันอย่างรวดเร็ว
ไปถึงลงรถแทคซี่มาไม่ทันได้2วินาที มอเตอร์ไซต์ก็พุ่งชนรถแทคซี่ที่นั่งมาอย่างจัง...แต่โชคดีไม่มีใครเป็นอะไร
ที่ถนนราชดำเนินคนเยอะมาก...... แต่ไปถึงตัเปล่า พวกเราก็ต้องรีบหาอาวุธเพื่อไปต่อสู้กับเค้า
โดยพกระเบิด(แป้ง)1กระป๋อง เจอใครแปด อย่างเดียว เดินไปเรื่อยๆสองข้างทางมีอาวุธขายกันเต็มไปหมด
เนื่องจากเพื่อนๆไปต่อราคากันมาจึงได้ปืนสั้นรูปไอ้มดแดงคูก้ามา3กระบอก แล้วก็บีมไรเฟิลมาอีก1กระบอก ในราคา40บาท อื้มพอรับได้ๆ
แล้วก็เดินไหลๆ ไปตามผู้คนซึ่งเยอะมาก...แป้งเยอะมาก กลับมาหน้าข๊าวขาว
ถ้าจริงๆอยากเล่นน้ำกันแบบสะใจที่บ้านมากกว่าที่นี้น้ำน้อยแป้งเยอะ....แต่ก็ได้ไปเปิดหูเปิดตาก็ยังดีวะ....สงวนราคาทริปครั้งนี้ 250 บาทค้าบ
สาวสวยๆไม่ค่อยมีเลยเด้อ....เด็กแว้นตรึมม...!!!


edit @ 2007/04/22 17:08:48